ที่ HOSHINOYA Fuji ริมทะเลสาบคาวางูจิโกะ เส้นทางเดินทั้งรีสอร์ตออกแบบตำแหน่งและระดับไว้ไม่ให้แขกเห็นภูเขาไฟฟูจิเลย จนกว่าจะก้าวเข้าห้องพัก
studio on site ผู้ทำงานภูมิสถาปัตยกรรมบันทึกเรื่องนี้ไว้เอง แขกขึ้นรถจากรีเซปชันเชิงเขา ไต่ทางป่าขึ้นไป ระหว่างทางความคาดหวังค่อย ๆ สะสม แล้วภูเขาจึงปรากฏพร้อมกันทีเดียวตอนเปิดประตูคาบิน
รีสอร์ตนี้เป็นงานของ Rie Azuma แห่ง Azuma Architect & Associates เสร็จเดือนสิงหาคมและเปิดบริการ 30 ตุลาคม 2015 มี 40 ห้อง ตั้งบนที่ดินราว 53,900 ตารางเมตร ที่มีความต่างระดับในไซต์เกิน 50 เมตร ผนังคาบินเป็นคอนกรีตเปลือย ไม่ฉาบไม่แต่ง ปีถัดมาได้รางวัลสถาปัตยกรรมของจังหวัดยามานาชิ
แต่ตัวเลขที่ควรจำมีตัวเดียว
หนึ่งในสาม
Yoshiharu Hoshino ผู้บริหาร Hoshino Resorts เล่าโจทย์ตั้งต้นไว้ตรง ๆ ว่าอยากขยายส่วนที่สนุกของการตั้งแคมป์ แล้วตัดส่วนที่ไม่สนุกออก จึงสร้างเป็นคาบินแทนลานกางเต็นท์ ใส่เครื่องปรับอากาศกับห้องน้ำเข้าไป แล้วกันพื้นที่ราวหนึ่งในสามของผังคาบินไว้เป็นระเบียงกลางแจ้ง
หนึ่งในสาม ในโครงการที่ที่ดินแพงระดับนั้น
ลองแปลงเป็นภาษาบ้านเรา คอนโด 45 ตารางเมตรที่คิดแบบเดียวกัน จะมีระเบียง 15 ตารางเมตร เท่ากับห้องนอนหนึ่งห้อง ไม่มีโครงการไหนในกรุงเทพฯ ทำแบบนั้น เพราะระเบียงขายไม่ได้ราคาเท่าพื้นที่ในห้อง
ผลคือระเบียงคอนโดไทยส่วนใหญ่กว้างพอวางคอมเพรสเซอร์แอร์กับเครื่องซักผ้า แล้วเหลือที่ยืนพอดีตัวหนึ่งคน มันเลยกลายเป็นห้องเก็บของที่ไม่มีหลังคา
ทำไมพื้นที่กึ่งนอกกึ่งในถึงสำคัญ
บ้านที่มีแต่ข้างในกับข้างนอก ไม่มีที่ให้อยู่ตรงกลาง
พื้นที่กึ่งนอกกึ่งในทำหน้าที่ที่ห้องปิดทำไม่ได้ มันให้เราอยู่กับอากาศจริงโดยไม่ต้องเปลี่ยนชุด ให้ที่นั่งดื่มกาแฟที่ไม่ใช่โต๊ะทำงาน ให้ที่ยืนคุยโทรศัพท์ที่ไม่รบกวนคนในบ้าน และให้เวลาเปลี่ยนผ่านตอนกลับถึงบ้าน ก่อนที่เนื้อตัวจะเข้าไปนั่งบนโซฟา
เรือนไทยเรียกที่ว่างแบบนี้ว่าชาน ญี่ปุ่นเรียกเอนกาวะ ทั้งสองวัฒนธรรมให้พื้นที่ส่วนนี้เยอะกว่าที่บ้านสมัยใหม่ให้มาก
เปิดสุดทิศเดียว
เรื่องที่สองของคาบินหลังนี้คือมันเลือกทิศ
ห้องเปิดกระจกเต็มความสูงเฉพาะด้านที่หันหาทะเลสาบกับภูเขา ด้านอื่นปิดเรียบ เมื่อในห้องแทบไม่มีของประดับ วิวจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของห้องแทนที่จะเป็นภาพที่แขวนไว้
หลักนี้กลับด้านกับสิ่งที่โครงการส่วนใหญ่โฆษณา คือเปิดกระจกให้มากที่สุดทุกด้าน ในเขตร้อน กระจกทุกบานที่หันผิดทิศคือช่องรับความร้อนที่จ่ายค่าไฟไปทั้งปี และวิวที่มองออกไปเจอผนังตึกข้าง ๆ ไม่ได้ทำอะไรให้ใครเลย
การเลือกเปิดทิศเดียวแล้วปิดที่เหลือ เป็นการตัดสินใจที่ต้องกล้าตัดของออก และเป็นการตัดสินใจที่คนอยู่ได้ประโยชน์มากกว่าคนขาย
น่าสังเกตด้วยว่ารีสอร์ตนี้มีอีกจุดที่จงใจไม่ให้เห็นฟูจิเลย คือ Cloud Terrace ที่ล้อมด้วยป่า เพื่อเปลี่ยนอารมณ์คนที่นั่งอยู่ตรงนั้นให้ผ่อนลง คนออกแบบจึงไม่ได้ยัดวิวที่ดีที่สุดใส่ทุกตารางเมตร เขาเก็บมันไว้ใช้เฉพาะที่
สัปดาห์นี้ทำอะไรได้
ไปยืนที่ระเบียงบ้านตัวเอง แล้วนับว่าตอนนี้มีของอยู่กี่ชิ้น
ถ้าเกินสาม ระเบียงกำลังทำหน้าที่ห้องเก็บของ ลองย้ายของออกให้เหลือพื้นที่ยืนได้จริงสองตารางเมตร แล้ววางเก้าอี้หนึ่งตัวกับที่วางแก้วหนึ่งใบ
จากนั้นเปิดเข็มทิศในมือถือ ยืนหันหน้าออกหน้าต่างบานใหญ่ที่สุดของบ้าน แล้วอ่านค่า
ถ้าบานนั้นหันตะวันตกและไม่มีวิวอะไรให้ดู ไม่มีเหตุผลที่จะเปิดม่านมันไว้ทั้งบ่าย ส่วนบานที่หันไปทางที่มีอะไรให้มอง คือบานที่ควรได้เก้าอี้ตัวนั้นไปตั้ง
แหล่งอ้างอิง — Press Center ของ Hoshino Resorts · หน้าโครงการของ Azuma Architect & Associates · หน้าโครงการของ studio on site · designboom · เอกสารโครงการที่ HOSHINOYA Fuji เผยแพร่ผ่าน gooood
หมายเหตุ — ขนาดห้องเป็นตารางเมตรไม่มีเผยแพร่ในแหล่งทางการ ตัวเลขที่หมุนเวียนในสื่อขัดกันหลายชุด บทความนี้จึงไม่ระบุ



