MUJI HOTEL GINZA

MUJI HOTEL GINZA — ห้อง 14 ตารางเมตร กับวิชาเก็บของ

ห้องที่แคบที่สุดใน MUJI HOTEL GINZA กว้าง 2.1 เมตร

ตัวเลขนั้นแคบกว่าห้องนอนของคอนโดหนึ่งห้องนอนในกรุงเทพฯ เกือบทุกโครงการ ห้องประเภทนี้เรียกว่า Type A มีขนาด 14 ถึง 15 ตารางเมตร และเป็นห้องที่ราคาถูกที่สุดในโรงแรม

โรงแรมเปิดเมื่อ 4 เมษายน 2019 มี 79 ห้องใน 10 แบบ เล็กสุด 14 ตารางเมตร ใหญ่สุด 52 ตารางเมตร รีเซปชันอยู่ชั้น 6 ห้องพักอยู่ชั้น 7 ถึง 10 อาคารเดิมวางไว้เป็นสำนักงานของ Yomiuri Shimbun แล้วเปลี่ยนชั้นบนมาเป็นโรงแรม งานออกแบบเป็นของ Ishimoto Architectural & Engineering Firm ร่วมกับ Takenaka Corporation ส่วน UDS วางแผน ออกแบบภายในโรงแรม และบริหาร โดย Ryohin Keikaku กำกับคอนเซปต์รวม

คอนเซปต์ที่ทีมงานใช้เรียกโครงการนี้คือ anti-gorgeous, anti-cheap

ของที่ทำให้ห้อง 14 ตารางเมตรอยู่ได้

UDS อธิบายหลักคิดผังไว้ข้อหนึ่งที่ควรจดไว้ อาคารเดิมเป็นออฟฟิศ พวกเขาจึงได้เพดานสูงติดมา แล้วเลือกเล่นกับความกว้างที่รู้สึกได้จากปริมาตร แทนที่จะเล่นกับตัวเลขพื้นที่

ผังห้องเลยทำเป็นทรงยาวลึก และในห้องเล็กที่สุด บานเกล็ดที่กั้นทางเข้าห้องน้ำยังทำหน้าที่เก็บของไปในตัวด้วย

ของชิ้นเดียวทำสองงาน เป็นหลักที่ห้องเล็กทุกห้องต้องเดิน

วัดจากของ ไม่ใช่จากตู้

จุดที่งานเก็บของของที่นี่ต่างจากที่อื่น อยู่ที่ลำดับการคิด

ลิ้นชักในห้องไม่ได้ทำขึ้นตามขนาดมาตรฐาน แต่กำหนดขนาดช่องให้ของแต่ละชิ้นลงพอดี แก้ว ขวดน้ำ และของใช้ มีที่ของมันเป๊ะ ๆ

แล้วมีรายละเอียดหนึ่งที่ทีมออกแบบตั้งใจ คือเว้นช่องว่างเล็ก ๆ ไว้เหนือลิ้นชัก ให้เห็นแก้วโผล่มานิดหนึ่งตอนเปิดประตูเข้าห้อง เป็นการชวนให้อยากเปิดดู

ผนังห้องไม่มีส่วนนูน ไฟและอุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้เรียงอยู่ในเส้นตรงเดียวกัน ปลั๊กบนโต๊ะทำไว้แนวนอนหนึ่งช่องแนวตั้งหนึ่งช่อง เผื่ออะแดปเตอร์ก้อนใหญ่จากต่างประเทศ และปิดฝาได้ทั้งที่ยังเสียบอยู่ ช่องร้อยสายเว้นกว้างเท่าสายไฟหนึ่งเส้นพอดี ส่วนสวิตช์ไฟ แอร์ ม่าน และนาฬิกาปลุก รวมไว้ในแท็บเล็ตเครื่องเดียว เพื่อไม่ให้มีของกระจุกกระจิกวางอยู่ในห้อง

ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนคำถามเดียว คือของชิ้นนี้ต้องอยู่ตรงไหน แทนคำถามว่าตู้ใบนี้ควรใหญ่เท่าไหร่

ทำไมตู้ใหญ่ถึงไม่ช่วย

บ้านคนไทยแก้ปัญหาของรกด้วยการซื้อตู้เพิ่มเป็นอันดับแรกเสมอ

ตู้ที่ซื้อมาโดยยังไม่รู้ว่าจะใส่อะไร จะเต็มภายในสามเดือน แล้วปัญหากลับมาที่เดิม เพราะพื้นที่ว่างในตู้ทำงานเหมือนถนนที่ขยายเลน มีที่ว่างเท่าไหร่ ของจะไหลเข้าไปเติมเท่านั้น

วิธีที่ได้ผลกว่าคือกลับด้าน เริ่มจากของ

หยิบของที่ใช้ทุกวันออกมาก่อน วัดว่ามันกินที่เท่าไหร่จริง ๆ แล้วทำที่เก็บให้พอดีกับตัวเลขนั้น ของที่ไม่ได้ใช้ทุกวันไปอยู่ที่สอง ของที่ไม่ได้ใช้ทั้งปีไม่ควรอยู่ในบ้านชั้นเดียวกับเรา

หลักที่อยู่ข้างใต้ทั้งหมดนี้คือ บ้านรกไม่เคยเกิดจากตู้ไม่พอ มันเกิดจากการตัดสินใจที่ยังไม่ได้ทำ

ของเก่าที่เอามาทำผนัง

อีกเรื่องหนึ่งของโรงแรมนี้ที่ควรบันทึกไว้ คือวัสดุที่หยิบมาจากของเดิม

ผนังหลังเคาน์เตอร์รีเซปชันทำจากหินปูรางรถรางที่วิ่งในโตเกียวเมื่อกว่าร้อยปีก่อน และด้านหลังของหินมีข้อความที่ทีมงานเปิดโรงแรมเขียนฝากไว้ ผนังห้องอาหารทำจากแผ่นเหล็กของเรือเก่า ส่วนเคาน์เตอร์ยาวสิบเมตรใน Salon ทำจากไม้การบูรต้นเดียวอายุสี่ร้อยปีจากโอดาวาระ ขัดด้วยมือ

โครงวัสดุของทั้งโรงแรมสรุปได้เป็นสามคำ คือไม้ โลหะ และดิน

สัปดาห์นี้ทำอะไรได้

เลือกลิ้นชักหนึ่งใบที่เปิดแล้วหาของไม่เจอ

เททุกอย่างออกมากองบนพื้น แล้วแบ่งเป็นสองกอง คือของที่แตะมันในเดือนที่ผ่านมา กับของที่ไม่ได้แตะ

ใส่กองแรกกลับเข้าไปอย่างเดียว แล้วดูว่าเหลือที่ว่างเท่าไหร่

ที่ว่างตรงนั้นแหละคือคำตอบว่าเราไม่ได้ขาดตู้


แหล่งอ้างอิง — หน้าห้องพักบนเว็บ MUJI HOTEL GINZA · หน้าโครงการของ UDS · บทความเบื้องหลังโครงการที่ UDS เขียนเอง · Fashion Headline · Ala Champ · Good Design Award 2019

หมายเหตุ — อายุของหินปูรางรถรางมีสองตัวเลขในสื่อ บทความนี้ใช้ชุดที่ผู้ออกแบบและผู้บริหารโครงการระบุเอง