SALA Ayutthaya มองจากริมแม่น้ำ ตรงข้ามวัดพุทไธศวรรย์

SALA Ayutthaya — โรงแรมที่ขั้นบันไดริมแม่น้ำที่ออกแบบมาให้จมได้

ที่โรงแรมเล็ก ๆ ริมแม่น้ำในอยุธยา ตรงข้ามวัดพุทไธศวรรย์ มีขั้นบันไดชุดหนึ่งทอดลงไปหาน้ำ

บันไดชุดนั้นออกแบบมาให้จมได้

Onion สตูดิโอกรุงเทพฯ ของ ศิริโชค ชัยอำนวย และ อริสรา จักรธรานนท์ สร้าง SALA Ayutthaya เสร็จในเดือนสิงหาคม 2014 มี 26 ห้อง จัดเป็นเรือนพัก 12 หลังบนที่ดินรูปตัว L พื้นที่โครงการ 3,500 ตารางเมตร ต้นแบบของบันไดชุดนี้คือบ่อขั้นบันได Chand Baori ในรัฐราชสถาน ที่ระดับน้ำขึ้นลงเป็นเรื่องปกติของอาคาร

น้ำในแม่น้ำหน้าโรงแรมหลากทุกปี คนออกแบบเลยไม่ได้ตั้งโจทย์ว่าจะกันน้ำอย่างไร แต่ตั้งว่าจะให้ที่ตรงนี้ใช้งานได้อย่างไรทั้งตอนน้ำลงและตอนน้ำท่วม

วิธีคิดสองแบบเวลาเจอน้ำ

บ้านไทยจำนวนมากรบกับน้ำมาทั้งชีวิต

วิธีที่คนส่วนใหญ่เลือกคือตั้งกำแพงกั้น ถมที่ให้สูงขึ้น ก่อคันรอบบ้าน ซื้อกระสอบทรายมากองไว้ทุกเดือนตุลาคม แล้วเมื่อน้ำมาสูงกว่าที่คำนวณไว้ ทุกอย่างพังพร้อมกันทีเดียว เพราะสิ่งที่ออกแบบไว้ให้กันน้ำ ไม่ได้ออกแบบไว้ให้โดนน้ำ

วิธีที่สองคือยอมรับว่าน้ำจะมา แล้วเลือกว่าจะให้มันมาถึงตรงไหน

เรือนไทยรุ่นปู่ย่าเดินทางนี้มาก่อน ยกใต้ถุนสูง ปล่อยชั้นล่างให้เป็นที่โล่ง ของสำคัญอยู่ชั้นบน พอน้ำมา ชั้นล่างจมแล้วแห้ง ไม่มีอะไรเสียหายเพราะไม่มีอะไรที่เสียหายได้อยู่ตรงนั้น

บันไดริมน้ำในอยุธยาชุดนั้นใช้ตรรกะเดียวกัน มันไม่มีอะไรให้พัง

เกณฑ์ว่าอะไรวางต่ำได้

หลักที่ใช้ได้กับบ้านทุกหลังในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก คือแยกของออกเป็นสองพวก

ของที่โดนน้ำแล้วยังเหมือนเดิม — พื้นคอนกรีตขัดมัน กระเบื้อง อิฐ หิน เหล็กชุบกันสนิม ต้นไม้ลงดิน เก้าอี้พลาสติกหรือไม้เนื้อแข็ง ของพวกนี้วางไว้ระดับล่างได้ น้ำมาแล้วเช็ดแล้วใช้ต่อ

ของที่โดนน้ำแล้วจบ — แผ่นไม้อัด ปาร์ติเคิลบอร์ด ลามิเนต เฟอร์นิเจอร์บิลด์อินที่ยึดตายกับผนัง เต้ารับไฟที่อยู่สูงจากพื้นสามสิบเซนติเมตร มอเตอร์ปั๊มน้ำที่วางกับพื้น กล่องเบรกเกอร์ในห้องเก็บของชั้นล่าง

บ้านส่วนใหญ่ในเขตน้ำท่วมเอาของพวกที่สองไปวางไว้ระดับต่ำสุดทั้งหมด แล้วต้องรื้อทำใหม่ทุกรอบที่น้ำมา ไม่มีใครนับต้นทุนก้อนนี้ตอนเลือกวัสดุ

ครัวบิลด์อินเป็นตัวอย่างที่แพงที่สุด ตู้ล่างทำจากแผ่นไม้อัดกันชื้นเกรดธรรมดา น้ำท่วมสูงยี่สิบเซนติเมตรครั้งเดียวก็บวมทั้งแถว ครัวก่ออิฐฉาบปูนที่ใช้บานประตูถอดออกได้ ทำงานได้เหมือนกันและรอดทุกรอบ

เรื่องที่สองในกำแพงอิฐหลังนั้น

ยังมีอีกเรื่องที่ควรบันทึกไว้จากโรงแรมหลังเดียวกัน

ผนังอิฐของที่นี่ไม่ได้ก่อเป็นผนังเรียบ แต่ทำเป็นแนวโค้งเว้าเป็นร่องต่อเนื่อง ศิริโชคให้เหตุผลไว้ว่าออกแบบแบบนั้นเพราะต้องการเงาของมัน แสงที่เปลี่ยนมุมตลอดวันจะเลื่อนไปเน้นผนังคนละส่วน และคำบรรยายโครงการของ Onion เองระบุว่าเงาโค้งจากผนังสองฝั่งจะมาบรรจบกันบนพื้นราวสิบเอ็ดโมงเช้า

ผนังก่ออิฐกับผนังก่ออิฐ ราคาวัสดุต่างกันไม่มาก สิ่งที่ต่างคือคนออกแบบยอมคิดเรื่องเงาหรือเปล่า

ลายบนขั้นบันไดของโรงแรมก็ไม่ได้คิดขึ้นลอย ๆ มันถอดมาจากมุมเจดีย์ของวัดพุทไธศวรรย์ที่อยู่ตรงข้ามแม่น้ำ วัดที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1353 แล้วย่อส่วนไปใช้ซ้ำตั้งแต่ผนัง เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงปลอกหมอน

สัปดาห์นี้ทำอะไรได้

ถ้าบ้านอยู่ในพื้นที่ที่น้ำเคยมาถึง ให้ไปหาระดับที่น้ำเคยขึ้นสูงสุด แล้วขีดเส้นนั้นไว้ในหัว

ของที่อยู่ต่ำกว่าเส้นนั้นและพังเมื่อโดนน้ำ ให้ไล่ย้ายทีละชิ้น เริ่มจากปลั๊กพ่วง กล่องเอกสาร และของที่ซ่อมไม่ได้

ส่วนของที่ยังไม่ได้ซื้อ ให้ถามคำถามเดิมก่อนจ่าย ว่าถ้ามันจมน้ำหนึ่งวัน มันจะกลับมาใช้ได้ไหม

คำตอบข้อนี้เปลี่ยนรายการวัสดุได้ทั้งบ้าน


แหล่งอ้างอิง — หน้าโครงการ SALA Ayutthaya ของ Onion · บทความของ Dezeen (กุมภาพันธ์ 2015) · designboom · ArchDaily · Brick Architecture

หมายเหตุ — ชนิดอิฐ วิธีก่อ และจำนวนก้อน ไม่มีเผยแพร่ในเอกสารของผู้ออกแบบหรือสื่อสถาปัตยกรรมใด บทความนี้จึงไม่ระบุ