สำรับมื้อเช้าวางบนโต๊ะไม้ริมน้ำที่หลวงพระบาง มีทั้งข้าวเปียก บาแก็ต และกาแฟลาว

ตื่นตีสี่ครึ่งไปใส่บาตร เจ็ดโมงกินครัวซองต์

ที่หน้าวัดสบสิกขาราม หลวงพระบาง มีพระเดินบิณฑบาตราวสิบสามวัดในช่วงเวลาเดียวกัน ข้าวเหนียวหนึ่งชุดหมดเร็วมาก แต่ซื้อเพิ่มจากแม่ค้าที่นั่งอยู่ตรงหน้าได้เรื่อย ๆ

พอเสร็จราวเจ็ดโมง เดินอีกไม่กี่ร้อยเมตรก็ถึงร้านครัวซองต์

เมืองเดียวมีมื้อเช้าสองชุด

Le Banneton เป็นเบเกอรีฝรั่งเศสที่อยู่ในหลวงพระบางมานาน ครัวซองต์ชิ้นละเก้าพันกีบ ราวสี่สิบห้าบาท เหตุผลที่เมืองลาวมีเบเกอรีฝรั่งเศสที่ดีก็ตรงไปตรงมา คือลาวอยู่ใต้การปกครองของฝรั่งเศสมานาน แล้วเก็บวัฒนธรรมหลายอย่างไว้ในชีวิตประจำวัน

สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวขนม คือสองมื้อนี้อยู่ในเช้าเดียวกันได้โดยไม่มีใครรู้สึกว่าขัดกัน ไม่มีใครต้องเลือกข้างว่าเป็นคนแบบไหน ไม่มีใครมองว่าการใส่บาตรตอนหกโมงแล้วกินครัวซองต์ตอนเจ็ดโมงเป็นความย้อนแย้ง มันเป็นแค่เช้าวันหนึ่งของเมืองที่มีสองรากอยู่ด้วยกันมานาน

บ้านไทยก็มีสองรากเหมือนกัน แต่จัดการมันไม่เก่ง

ครัวไทยจำนวนมากมีของสองชุดอยู่จริง หม้อหุงข้าวกับเครื่องชงกาแฟ กระทะเหล็กกับเตาอบ ครกกับเครื่องปั่น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การมีของสองชุด ปัญหาอยู่ที่เรามักจัดให้ชุดหนึ่งเป็นของหลักและอีกชุดเป็นของแปลกปลอมที่ต้องซ่อน

บ้านที่ทำครัวสวยแบบตะวันตกแล้วต้องแอบผัดกะเพราหลังบ้าน คือบ้านที่ยังไม่ยอมรับว่าตัวเองมีสองราก ส่วนบ้านที่ยัดของทุกอย่างไว้ในครัวเดียวโดยไม่แยกงาน ก็จบลงที่ครัวที่ทำอะไรได้ไม่ดีสักอย่าง

ทางที่ใช้ได้จริงคือยอมรับตั้งแต่ต้นว่ามีสองระบบ แล้วให้ที่ทางกับทั้งคู่อย่างเท่าเทียม ไม่ใช่ให้ที่หนึ่งอยู่ในสายตาและอีกที่หนึ่งอยู่หลังประตู

จังหวะเช้าเป็นของที่ออกแบบได้

เช้าที่หลวงพระบางเช้านั้นมีสองมื้อ ห่างกันหนึ่งชั่วโมง มื้อแรกเป็นพิธี มื้อที่สองเป็นความอยาก ทั้งสองมื้อได้ที่ทางของตัวเองครบ

บ้านส่วนใหญ่มีมื้อเช้ามื้อเดียวและมักเป็นมื้อที่รีบที่สุดของวัน กินยืน กินระหว่างหาของ กินในรถ ทั้งที่จำนวนมื้อไม่ใช่เรื่องที่ธรรมชาติกำหนดมา มันเป็นเรื่องที่ตารางกำหนด และตารางเป็นของที่แก้ได้

บ้านที่อยากได้เช้าที่ดีขึ้นไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่ม แค่ต้องยอมตื่นเร็วขึ้นสี่สิบนาที แล้วยกสี่สิบนาทีนั้นให้เป็นของตัวเองจริง ๆ ไม่ใช่ยกให้โทรศัพท์